Updated: Mon, 02 Apr 2012 11:54:19 GMT | By Football MSN Thailand

เอเดน อาซาร์

ถึงแม้ว่าลีก เอิง จะไม่ค่อยได้รับความนิยมนักในบ้านเรา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีนักเตะชั้นนำของยุโรปหลายคนที่แจ้งเกิดจากที่นี่ ซึ่งรวมถึง อาซาร์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับลีลล์ ด้วย


เอเดน อาซาร์

พ่อและแม่ของ อาซาร์ เป็นนักเตะมาก่อน ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่ลูกชายจะมีพรสวรรค์ในเชิงลูกหนังติดตัวมาตั้งแต่เกิด โดยหลังจากที่เล่นให้กับทีมท้องถิ่นอย่างรอยัล สต๊าด บรายนัวส์ และ ตูบิเซ่ แล้ว เขาก็ได้ย้ายไปเล่นในฝรั่งเศสเมื่อปี 2005 กับ ลีลล์

หลังจากที่ได้อยู่ในทีมเยาวชนมา 2 ปี อาซาร์ ก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2007 โดยทำสัญญากับลีลล์ เป็นเวลา 3 ปี ขณะที่ อายุเพียง 16 ปีในตอนนั้น

ช่วงต้นฤดูกาล 2007-08 มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ ก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นทีมสำรองเป็นครั้งแรก แต่เมื่อทีมชุดใหญ่มีปัญหาผู้เล่นเจ็บหลายคน ทำให้ อาซาร์ ถูกเรียกขึ้นมาติดทีมและได้ลงเล่นในเกมกระชับมิตรกับ คลับ บรูช เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2007 ซึ่งตอนนั้นมี คล้อด ปูแอล เป็นกุนซืออยู่

ฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจในเกมนั้น ทำให้โค้ชให้โอกาส อาซาร์ ได้ลงเล่นในเกมลีก เอิง เป็นครั้งแรกในฐานะตัวสำรองในเกมพบกับ น็องซี่ ในอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น อาซาร์ ก็กลับมาเล่นในทีมสำรองเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าจะได้ลงเล่นในเกมลีก 3 นัดกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง, โซโชซ์ และ เม็ตซ์ ก่อนที่จะจบซีซั่นแรกด้วยการลงเล่นไป 11 นัดกับ 1 ประตูในทีมสำรอง

ฤดูกาล 2008-09 อาซาร์ ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่มากขึ้นภายใต้การคุมทีมของรูดี้ การ์เซีย โค้ชคนใหม่ ก่อนที่เขาจะทำประตูแรกในเกมอย่างเป็นทางการได้ในเกมที่ชนะ โอแซร์ 3-2 เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2008 และทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำสกอร์ให้สโมสรได้ด้วย

หลังจากที่พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม ลีลล์ ก็ได้ต่อสัญญาให้เขาออกไปอีก 3 ปี และก็มีการเซ็นสัญญากันไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2008 ซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับสโมสรไปจนถึงปี 2012

อาซาร์ กลายเป็นตัวหลักในทีมได้สำเร็จและมีส่วนที่ช่วยให้ ลีลล์ จบฤดูกาลด้วยการคว้าอันดับ 5 และได้สิทธิไปเล่นถ้วยยูโรปา ลีก ในขณะที่เขาได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของลีกเอิง ซึ่งถือเป็นผู้เล่นต่างชาติคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ด้วย

เพลย์เมกเกอร์ชาวเบลเยียม ได้รับคำชื่นชมอย่างมากถึงพรสวรรค์ของเขา เพราะแม้ว่าจะมีรูปร่างที่ถือว่าเตี้ยเมื่อเทียบกับนักเตะยุโรปส่วนใหญ่ แต่เขาก็มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วและเซนส์บอลที่ยอดเยี่ยม และเล่นได้ดีทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก, หน้าต่ำ หรือตำแหน่งปีก

หลังจบฤดูกาล 2008-09 ก็มีข่าวว่าหลายสโมสรในยุโรปสนใจที่จะดึงตัว อาซาร์ ไปร่วมทีม ซึ่งรวมถึงอาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อินเตอร์, เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ด้วย

แม้ว่าฤดูกาล 2009-10 อาซาร์ จะต้องรอถึงวันที่ 20 ธ.ค. 2009 กว่าจะพังประตูแรกในซีซั่นใหม่ได้ในเกมถล่ม เลอ ม็องส์ 3-0 แต่ไม่มีใครปฏิเสธว่าเขาคือหัวใจสำคัญอย่างแท้จริงในเกมรุกของลีลล์

ต้นเดือนก.พ. 2010 อาซาร์ ก็ตกลงต่อสัญญากับลีลล์ ออกไปอีกจนถึงปี 2014 และเมื่อจบฤดูกาลเขาก็คว้าตำแหน่งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และยังถูกเสนอชื่อในตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี แต่สุดท้ายรางวัลดังกล่าวก็ตกเป็นของ ลิซานโดร โลเปซ หัวหอกลียง

ช่วงต้นฤดูกาล 2010-11 อาซาร์ ก็ยังเป็นตัวหลักในทีมเช่นเดิม แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนก.ย. เขาเริ่มมีปัญหาฟอร์มตกจนถูกโค้ชจับนั่งเป็นตัวสำรอง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขาก็ฮึดกลับมาเอาชนะใจกุนซือการ์เซียได้อีกครั้ง และได้ลงเล่นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่เดือนพ.ย. เป็นต้นไปและช่วยให้ทีมขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของตารางในช่วงสิ้นปีด้วย

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ลีลล์ ก็ต่อสัญญาให้เขาเพิ่มอีก 1 ปี ซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับสโมสรถึงปี 2015 และหลังจากนั้น อาซาร์ ก็ระเบิดฟอร์มทั้งยิงทั้งจ่ายเป็นว่าเล่น จนช่วยให้ทีมคว้าดับเบิลแชมป์มาครองได้สำเร็จ (ลีกเอิง และ เฟร้นช์ คัพ) และผลงานอันยอดเยี่ยมนี้เองที่ทำให้เขาได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2010-11

ก่อนที่จะเริ่มต้นซีซั่น 2011-12 อาซาร์ ได้เปลี่ยนไปสวมเสื้อหมายเลข 10 เพื่อแสดงถึงความเป็นจอมทัพในเกมรุก และเขาก็ประเดิมได้อย่างสวยงามด้วยการช่วยทำประตูให้ทีมคว้าชัยเหนือ มาร์กเซย 5-4 ในศึกโทรฟี เดอ แชมเปียนส์ 2011

หลังจากนั้น อาซาร์ ก็เป็นตัวหลักให้ลีลล์เช่นเคยและช่วยให้ทีมเกาะกลุ่มหัวตารางลีก เอิง อยู่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางข่าวลือที่มีเข้ามาไม่หยุดหย่อนว่า "ปีศาจแดง" และแมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องการจะคว้าตัวไปเสริมทัพ โดยทั้งเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือแมนสเตอร์ ยูไนเต็ด และ โรแบร์โต มันชินี โค้ช "เรือใบสีฟ้า" ถึงกับลงทุนบินมาดูฟอร์มด้วยตัวเองกันเลยทีเดียว

ในส่วนของทีมชาติเบลเยียมนั้น หลังจากที่ อาซาร์ ได้เริ่มไต่เต้ามาจากชุดยู-17 และยู-19 ปีมาแล้ว เขาก็ได้เล่นให้ติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับลักเซมเบิร์ก เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2008 ทั้งที่ตอนนั้นอายุเพียง 17 ปี กับ 316 วัน

หลังจากที่ ดิค อัดโวคาท ได้มาเป็นโค้ชคนใหม่ของเบลเยียม อาซาร์ ก็เริ่มได้เป็นตัวจริงในทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

สโมสรอาชีพ

ปี : 2007 - ปัจจุบัน
สโมสร : ลีลล์
ลงเล่น : 138
ประตู : 29

ทีมชาติ

ปี : 2008
สโมสร : เบลเยียม
ลงเล่น : 26
ประตู : 1

0ความคิดเห็น

รวมภาพฟุตบอล

ดูทั้งหมด

ข่าวล่าสุด